|
คุยกับคนพายเรือ
" ในหลวง "

ดาวโหลดภาพขนาด
1024 x 768 คลิ๊ก!!!
หางจากที่ว่าการอำเภอไปราว
8 กิโลเมตร ก็ถึงบึงบัวบากง
หมู่ที่8 ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส
ยามลมพัดพลิ้ว ริ้วน้ำเป็นระลอกเหนือบึงใหญ่ซึ่งดารดาษ
ไปด้วยเหล่าบัวหลวงชูช่อตูมช่อบานดูละลานตายิ่งนัก พืชน้ำ
นานาพันธุ์ประดับประดาเรียงรายโดยรอบขอบบึง ที่เห็นสุด
ตาทาบฟ้าใสเป็นภูเขาสีน้ำเงินตระหง่าน

ศาลาหลังงามตั้งสง่าอยู่ในบึง
มีสะพานไม้ทอดเข้าสู่ ณ
สถานที่นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ ได้ใช้เป็นศาลาทรงงาน เมื่อยามเสด็จเยี่ยม
พสกนิกรชาวชาวอำเภอรือเสาะและอำเภอใกล้เคียง

เรือขุดไม้สยาแดง
ที่ทั้งสองพระองค์เคยประทับถูกยกขึ้นมาไว้
บนศาลาแห่งนี้ภาพที่ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ในเรือพายลำนี้
ถือเป็นภาพมหามงคลที่ชาวรือเสาะภูมิใจไม่รู้ลืม

ภาพลุงนุช
เมื่อปี
2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ ทรงประทับเรือไม้สยาแดงลำนี้ซึ่งพายถวายโดย
ลุงนุช อนันตรานนท์ เสด็จประพาสชมบึง ลุงนุช รู้จักบึงบัวแทบทุก
เวิ้งอ่าว เพราะเที่ยวหาปลาอยู่เป็นประจำ จึงถูกเสนอให้เป็นผู้พายเรือ
ถวายแด่ทั้งสองพระองค์ ผู้ที่เสนอคือ นายสุดใจ แสงมณี อดีตผู้ใหญ่
บ้าน เพราะนอกจากจะเห็นว่าลุงนุชรู้จักบึงบัวดีกว่าใครแล้ว ยังรู้ถึง
ฝีมือแกที่เคยเป็นนายท้ายเรือป๊อกบรรทุกไม้และเครื่องเรือนไปค้าขาย
ทั่วย่านน้ำปากพนังและชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชไปจนถึงบ้าน
ดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และน่านน้ำในจังหวัดชุมพรอยู่หลายปี
วันนี้ลุงนุชอายุย่างเข้า
85ปี (สัมภาษณ์เมื่อเดือนธันวาคม 2544)
หูตาเริ่มฝ้าฟาง แต่ดูอารมณ์ดีบอกว่า เป็นความภาคภูมิใจอย่างหาที่
เปรียบมิได้ ที่ชีวิตนี้มีโอกาสได้ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาทขององค์ประมุข
และองค์มหาราชินี
ถัดมาอีก2ปี
ยังได้พายเรือถวายแด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เมื่อครั้งเสด็จฯ มายังบึงบัวบากง "พระองค์ถามว่า คนไหนที่พาย
เรือให้สมเด็จแม่ประทับ...ปีนั้นลุงก็เลยได้พายเรือให้เจ้าฟ้าชาย
อีกครั้ง" ลุงนุชเล่าด้วยสีหน้าอิ่มใจ
ถามว่าได้คุยอะไรกับในหลวงและราชินีบ้างระหว่างที่พายเรือถวาย
"พอลงเรือ ท่านบอกว่าจะพูดอย่างไรก็ได้ไม่ต้องกลัว ลุงก็แหลงกับ
ท่านแบบนี้หละ ลุงนุชหมายถึงการที่ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์สนทนา
กับพระองค์ ลุงนุชเล่าอีกว่า"ในหลวงถามว่าในบึงนี้มีเข้มั๊ย
ลุงก็บอก
ว่าไม่มี...ราชินีบอกว่าท่านไม่กลัวเข้ แต่กลัวงูเพราะงูตัวเล็กมองไม่
เห็นตัว จะเห็นก็ต่อเมื่อเข้ามาใกล้ๆแล้ว ไม่เหมือนเข้มองเห็นแต่ไกล
ในหลวงถามอีกว่าทำไมเข้ไม่มี
ลุงก็บอกว่าเข้มันกลัวหนามบัว แต่
ราชินีท่านไม่เชื่อ ในหลวงก็หัวเราะเสียงดัง ราชินีเลยบอกว่า พอแล้วๆ
ก็ถือเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของบึงบัวบากง สถานที่ท่อง
เที่ยวที่สวยงามของอำเภอรือเสาะที่ควรแก่การบันทึกไว้....

ข้อมูลจำเพาะ
ประวัติความเป็นมาของบึงบัวบากง
เมื่อวันที่
22 กันยายน 2527 พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรหมู่ที่6
บ้านบากง ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และเสด็จประทับเรือพาย
ของราษฎรชาวบ้านบากง เพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพบริเวณบึงบัว
บากง ต่อมาวันที่ 7-8 ตุลาคม 2537 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม
ราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ณ วัดทรายทองและ
บึงบัวอีกครั้งหนึ่ง และได้ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานปรับ
ปรุงบึงบัวบากงเป็นอ่างเก็บน้ำ เพื่อช่วยราษฎรให้มีน้ำใช้เพาะปลูกใน
ฤดูแล้ง และเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ดินทำกินของราษฎรในฤดูฝน
ปัจจุบันบึงบัวบากงได้รับการปรับปรุงเป็นอ่างเก็บน้ำในเนื้อที่
150 ไร่
โดยใช้กรมชลประทานได้ดำเนินงาน ตามโครงการปรับปรุงระบบ
ระบายน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บึงบัวบากง ด้วยงบประมาณ
22,500,000 บาท ทั้งนี้ได้ยกคันดินโดยรอบ ความยาวประมาณ
1,000 เมตร และประตูน้ำล้น คูส่งน้ำ นอกจากนี้กรมชลประทานร่วม
กับโครงการทักษิณพัฒนา ได้จัดสร้างศาลาทรงงานในบึงบัวอีกหลัง
หนึ่ง ด้วยงบประมาณ 1,200,000 บาท บึงบัวบากงในปัจจุบัน จึงได้
รับการปรับปรุงทัศนียภาพให้เกิดความสวยงามตามธรรมชาติ มีสัตว์น้ำ
นานาชนิดและบัวหลวงบานสะพรั่งตลอดปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ
อำเภอรือเสาะอีกแห่งหนึ่ง บึงบัวบากง อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัด
นราธิวาส ประมาณ 56 กิโลเมตร
|